วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2562

Non-Action Verb EP.3

สวัสดีค่าาาาา วันนี้มาต่อกับอีก 5 คำที่เหลือ ของ Non-Action Verb ที่เติม -ing ได้กันค่ะ
ไม่พูดพร่ำทำเพลง เรามาเริ่มกันเล้ยยยยยย └(^o^)┘

 see
- เป็น Non-Action Verb แปลว่า "เห็น" เช่น
"Do you see that woman?" (คุณเห็นผู้หญิงคนนั้นไหม?)
John didn't see anyone in the meeting room yesterday.
(จอห์นไม่เห็นใครที่ห้องประชุมเลยเมื่อวานนี้)
- เป็น Action Verb แปลว่า "พบ" เช่น
The doctor is seeing a patient right now. (ตอนนี้คุณหมอกำลังพบคนไข้อยู่)

 taste
- เป็น Non-Action Verb แปลว่า "มีรสชาติ" เช่น
Sugar tastes sweet. (น้ำตาลมีรสหวาน)
This coffee tastes very bitter. (กาแฟแก้วนี้มีรสขมมาก)
- เป็น Action Verb แปลว่า "ชิม" เช่น
Susie is tasting her chicken soup. (ซูซี่กำลังชิมซุปไก่ของเธอ)

 smell
- เป็น Non-Action Verb แปลว่า "มีกลิิ่น, ส่งกลิ่น" เช่น
Your perfume smells like a flower. (กลิ่นน้ำหอมของคุณ เหมือนกลิ่นดอกไม้เลย)
The garbage in the kitchen smells very bad. (ขยะในห้องครัวมีกลิ่นเหม็นมาก)
- เป็น Action Verb แปลว่า "ดม" เช่น
June is smelling a rose. (เจนกำลังดมดอกกุหลาบ)
Bob is smelling some food on the table. (บ็อบกำลังดมกลิ่นอาหารที่อยู่บนโต๊ะ)

 love
- เป็น Non-Action Verb แปลว่า "รัก" เช่น
Your parents love you very much. (พ่อแม่ของคุณ รักคุณมาก)
Sam loves his dog and cat. (แซมรักสุนัขและแมวของเขา)
- เป็น Action Verb แปลว่า "หลงรัก" เช่น
Mr. and Mrs.Johnson are enjoying parenthood. In fact, they are loving it.
(คุณและคุณนายจอห์นสันกำลังสนุกกับการเป็นพ่อแม่คน จริง ๆ แล้ว พวกเขาหลงรักมันเลยล่ะ)

 be
- เป็น Non-Action Verb แปลว่า "เป็น, อยู่, คือ" เช่น
Yaya is beautiful. (ญาญ่าสวย)
They are at the library. (พวกเขาอยู่ที่ห้องสมุด)
- เป็น Action Verb แปลว่า "กลายเป็น, ทำเป็น" เช่น
Jim is ill, but he won't go to the hospital. He is being foolish.
(จิมป่วย แต่เขาไม่ยอมไปหาหมอ เขากำลังทำตัวงี่เง่า)
Jeff is being rude. He is talking on the phone while the teacher is teaching.
(เจฟกำลังทำตัวหยาบคาย เขาคุยโทรศัพท์ขณะที่คุณครูกำลังสอนอยู่)
* การใช้ be ที่เติม -ing มักใช้ในโครงสร้าง S. + is, am, are + being + adj.
ใช้เพื่อกล่าวถึงนิสัยที่เพิ่งมาเป็นในช่วงขณะนั้น จากตัวอย่างด้านบน
จริง ๆ จิมไม่ได้เป็นคนงี่เง่า แต่เขาเริ่มทำตัวงี่เง่าตอนป่วย
ส่วนเจฟก็ไม่ใช่คนหยาบคาย แต่เขาเริ่มทำตัวหยาบคายในคาบเรียนนี้

เย่!! ในที่สุดก็ครบ 10 คำแล้ว อิอิ
ลองเอาไปฝึกแต่งประโยคเล่น ๆ กันดูค่ะ จะได้ไม่ลืม

ส่วนครั้งหน้าที่เราเจอกัน จะเป็นเรื่องอะไรนั้น ไว้คอยติดตามด้วยนะคะ
วันนี้พลอยไปแล้วค่ะ บ๊ายบายยยยยยยยยยยยยยยย ˋ( ° ▽、° )♡.



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น